สรุปพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.
๒๕๔๗
แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ และ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๗ เป็นปีที่
๕๙ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของรัฐสภาดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า
“พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิก
(๑) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓
(๒) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ (๓)
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๘
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา”
หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและ แต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ให้รับราชการโดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณแผ่นดิน
งบบุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือนในกระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม
หรือกระทรวงอื่นที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
“ข้าราชการครู” หมายความว่า
ผู้ที่ประกอบวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียน การสอนและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ
ในสถานศึกษาของรัฐ
“คณาจารย์” หมายความว่า
บุคลากรซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการสอนและการวิจัยใน
สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐ
“บุคลากรทางการศึกษา” หมายความว่า ผู้บริหารสถานศึกษา
ผู้บริหารการศึกษา รวมทั้งผู้สนับสนุนการศึกษาซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ให้บริการ
หรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัด กระบวนการเรียนการสอน การนิเทศ
การบริหารการศึกษา และปฏิบัติงานอื่นในหน่วยงาน การศึกษา
“หน่วยงานการศึกษา”
หมายความว่า
(๑) สถานศึกษา
(๒) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
(๓) สำนักงานการศึกษานอกโรงเรียน
(๔)
แหล่งการเรียนรู้ตามประกาศของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
(๕) หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการหรือตาม
ประกาศกระทรวง หรือหน่วยงานที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กำหนด
“เขตพื้นที่การศึกษา”
หมายความว่า เขตพื้นที่การศึกษาตามประกาศกระทรวง
“วิชาชีพ” หมายความว่า
วิชาชีพครู วิชาชีพบริหารการศึกษา และวิชาชีพบุคลากรทาง การศึกษาอื่น
“สถานศึกษา” หมายความว่า
สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน ศูนย์การศึกษาพิเศษ
ศูนย์การศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย ศูนย์การเรียน วิทยาลัย วิทยาลัยชุมชน สถาบัน
หรือสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่หรือมีวัตถุประสงค์ในการจัด
การศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติและตามประกาศกระทรวง
“ส่วนราชการ” หมายความว่า
หน่วยงานของรัฐที่มีฐานะเป็นกรมหรือเทียบเท่ากรม
“หัวหน้าส่วนราชการ”
หมายความว่า ปลัดกระทรวง เลขาธิการ อธิบดี หรือตำแหน่งที่
เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า
“กระทรวง” หมายความว่า
กระทรวงศึกษาธิการ
“รัฐมนตรีเจ้าสังกัด”
หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงในกระทรวงที่มีข้าราชการ
ครูและบุคลากรทางการศึกษาอยู่ในสังกัด
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๕ บรรดาคำว่า
“ข้าราชการพลเรือน” ที่มีอยู่ในกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ และข้อบังคับอื่นใด
ให้หมายความรวมถึงข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วย เว้นแต่ จะได้มีกฎหมาย ประกาศ
ระเบียบ หรือข้อบังคับอื่นใดที่บัญญัติไว้สำหรับข้าราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษาโดยเฉพาะ
มาตรา ๖
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ในกรณีที่มีปัญหาขัดแย้งหรือการที่จะต้องตีความในปัญหาเกี่ยวกับข้าราชการครู ตาม
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓
และข้าราชการพลเรือนในสังกัดกระทรวงซึ่ง
ตามพระราชบัญญัตินี้กำหนดให้เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ยกเว้นข้าราชการ ครูและข้าราชการพลเรือนสามัญในสังกัดสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
มหาวิทยาลัยราชภัฏ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
และเป็นกรณีที่พระราชบัญญัตินี้มิได้กำหนดให้คณะกรรมการ๔
บริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาหรือองค์กรใดเป็นผู้กำหนดหรือ
วินิจฉัยชี้ขาด ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีเป็นผู้กำหนดหรือวินิจฉัยชี้ขาด
หมวด ๑ คณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
หมวด ๒ บททั่วไป
หมวด ๓ การกำหนดตำแหน่ง
หมวด ๔
การบรรจุและการแต่งตั้ง
หมวด ๕
การเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ
หมวด ๖
วินัยและการรักษาวินัย
หมวด ๗ การดำเนินการทางวินัย
หมวด ๘ การออกจากราชการ
หมวด ๙
การอุธรณ์และการร้องทุกข์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น